“ฟัง เล่น” กิจกรรมหลักของดนตรีบำบัด

ในการทำดนตรีบำบัดนั้นเราแยกกิจกรรมหลักๆ ได้เป็นสองประเภทคือการฟัง (receptive) และการเล่น (active) ซึ่งกิจกรรมทั้งสองอย่างก็จะมีหลักการรายละเอียดปลีกย่อยแยกออกไปอีกเยอะพอสมควร ไว้มีโอกาสจะค่อยๆ ทยอยเขียนรายละเอียดให้ได้อ่านกัน

2013-11-05 15.56.30

เริ่มที่การฟังกันก่อน 

กิจกรรมดนตรีบำบัดประเภท “ฟัง” ภาษาอังกฤษเรียกว่า recetipve music therapy เป็นรูปแบบดนตรีบำบัดที่ถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดและเวลาคนส่วนใหญ่คิดถึงดนตรีบำบัดก็จะนึกถึงการฟังเพลงกันก่อน แต่ทีนี้คนก็จะคิดก่อนเลยว่าคือการฟังเพลง เสียงนก เสียงไม้ เสียงน้ำไหล หรือพวก relaxing music ที่หน้าปกอัลบั้มชอบเป็นรูปท้องฟ้าหรือรูปทะเลอะไรพวกนั้น คือเพลงเพื่อการผ่อนคลายพวกนั้นที่จริงก็เป็นแค่ “เครื่องมือ” ของนักดนตรีบำบัดไว้ใช้เวลาทำงานเท่านั้น ตัวเพลงมันเองมันไม่ได้จัดว่าเป็นดนตรีเพื่อการบำบัด ใช้ไม่ได้ผลกับทุกคนไม่เหมือนยาพาราฯ ไว้กินแก้ปวดหัว ถ้าคนที่ไม่รู้จักใช้ “เครื่องมือ” พวกนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับที่เราเปิดเพลงฟังในชีวิตประจำวัน แบบนี้ใครๆ ก็ทำได้ และการฟังในดนตรีบำบัดไม่จำกัดแค่ว่าเปิดเพลงจากแผ่น จาก mp3 หรือจากสื่อต่างๆ แค่นั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงการที่นักดนตรีบำบัดเล่นดนตรีให้คนไข้ฟังอีกด้วย เช่นการอิมโพรไวส์ เล่นเพลงที่คนไข้รู้จักอยู่แล้ว หรือการใช้เทคนิคที่เรียกว่าการทำ sound journey ด้วยเครื่องดนตรี่ชนิดต่างๆ เช่น monochord, singin bowl, oceandrum, rain maker, gong เป็นต้น เทคนิคหลักๆ ของกิจกรรมการฟังนี้คือ Bonna methode of guided imagery music therapy ซึ่งนักดนตรีบำบัดที่จะใช้วิธีการนี้ได้ต้องผ่านหลักสูตรอบรมเสียก่อน ไม่ใช่แค่มานั่งเรียนสองสามชั่วโมงแล้วร้อนวิชามาเปิดของตัวเอง จะโดนเจ้าของลิขสิทธ์เขาฟ้องได้นะ

การฟังในดนตรีบำบัดนั้นจัดว่าเป็นการฟังแบบมีจุดประสงค์และมีการควบคุมดูแลโดยนักดนตรีบำบัด จุดประสงค์โดยทั่วไปในการฟังเพลงในดนตรีบำบัดแบบง่ายที่สุดคือเพื่อการ “ผ่อนคลาย” ทีนี้หลายคนก็จะแย้งว่าแบบนี้ฟังเองอยู่บ้านก็ผ่อนคลายได้เหมือนกันจะต้องมาเสียเงินทำดนตรีบำบัดทำไม ขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า การผ่อนคลายในทางบำบัดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบำบัด คือนักบำบัดไม่ได้แค่จะให้คนไข้นอนชิวๆ ฟังเพลงเสร็จแล้วกลับบ้าน แต่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของคนไข้เองก่อนที่จะเจอกับกระบวนการบำบัดแบบหนักๆ ในขั้นต่อไป การทำแบบฝึกหัดเพื่อการผ่อนคลายนี่จะใช้กับคนที่เป็น Posttraumatic stress disorder, คนที่ปัญหาความเครียดสะสมจนนำไปสู่อาการเจ็บปวดต่างๆ ทางร่างกาย, ผู้ป่วย Anxeity หรือผู้ที่มีอาการที่เรียกว่า Burnout หรือพวกบ้างานทำงานหามรุ่งหามค่ำจนร่างกายและจิตใจอ่อนล้า นอกจากนี้กิจกรรมการฟังยังใช้มากในการทำงานใน Hospice และ Palliative care

นอกจากการฟังเพื่อการผ่อนคลายแล้ว เรายังใช้กิจกรรมการฟังเพลงเพื่อการแก้ปมทางจิตใจหรือปมปัญหาในอดีต การฟังประเภทนี้สำคัญมากที่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของนักดนตรีบำบัดเพราะต้องมีการใช้เทคนิคทางด้านจิตวิทยาและจิตบำบัดรูปแบบต่างๆ มาใช้กับคนไข้ เพื่อให้เขาค่อยๆ เปิดใจมองเห็นสาเหตุที่เป็นต้นตอของปัญหาของตัวเอง คือการฟังเพื่อจุดประสงค์แบบนี้นั้นบางทีคนไข้ฟังเพลงอยู่ดีๆ ก็จะร้องไห้ฟูมฟายออกมา หรือแบบหนักๆ หน่อยที่เคยเห็นตอนทำ gong trance คือคนไข้ก็จะเหมือนเพ้อๆ ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ถ้าเป็นคนไทยก็จะเรียกว่า “ผีเข้า” หรือ “เจ้าเข้า” อะไรประมาณนั้น

การทำ song analysis หรือการนั่งฟังเพลงแล้วพิจารณา วิเคราะห์เนื้อเพลงและความหมายไปด้วยก็ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีประโยชน์มากที่ช่วยให้คนไข้ได้เรียนรู้มุมมองใหม่ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเพลงต่างๆ

2014-11-22 08.53.28

ต่อมาที่การเล่น

กิจกรรมการเล่นดนตรีหรือเรียกแบบฝรั่งว่า active music therapy คือการให้คนไข้เล่นเครื่องดนตรีโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ทางดนตรีอะไรเลย เป็นลักษณะแบบ free improvisation แต่คำว่า improvisation หรือการอิมโพรไวส์ในที่นี้ก็ไม่ใช่แบบที่เรารู้จักกันแบบดนตรีแจ๊สอะไรแบบนั้นที่ยังอิงอยู่บนทฤษฎีดนตรีอยู่ การอิมโพรไวส์ในดนตรีบำบัดนี้ดูเผินๆ ก็อาจจะเป็นแค่การให้คนที่ไม่เคยเล่นเครื่องดนตรีอะไรมาก่อนมาเล่นดนตรีด้วยกันแล้วมันจะฟังเป็นเพลงได้ยังไง จุดประสงค์ของการ “เล่นดนตรี” ในทางบำบัดเราจะไม่คำนึงถึงความสวยงามความถูกต้องในทางไวยากรณ์ดนตรี ส่วนหนึ่งก็เพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเหมือนถูกจับผิดหรือรู้สึกถูกกดดันด้วยความไม่รู้ของตัวเอง การใช้เครื่องดนตรีและองค์ประกอบพื้นฐานของดนตรีอันได้แก่ จังหวะ เสียง ทำนอง ระดับเสียงและรูปแบบ เป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่เราใช้แทนภาษาพูด เพื่อให้คนไข้ได้เปิดมุมมองในอีกด้านเกี่ยวกับปัญหา ปมขัดแย้งของตัวเอง หรือแม้แต่การรับรู้ตัวตนในอีกมิติหนึ่ง จะพูดให้กระชับและเข้าใจง่ายก็คือ การใช้ดนตรีแทนภาษาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปของคนๆ นั้น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยว่าเขาทำอะไรกันยังไงจะขอยกไว้เล่าทีหลัง ไม่งั้นบทความจะยาวเกินจนกลายเป็นสารานุกรมไปซะก่อน

สิ่งที่ทำให้การเล่นดนตรีในดนตรีบำบัดอีกอย่างที่ทำให้ต่างจากการเรียนดนตรีหรือการนั่งดีด ukulele ร้องเพลงเองอยู่ที่บ้านคือการเล่นดนตรีของดนตรีบำบัดไม่ได้ทำเพื่อการผ่อนคลายหรือเพื่อความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่านักดนตรีบำบัดต้องทำให้คนไข้รู้สึกสนุกและมีอารมณ์ร่วมในการเล่นดนตรีด้วยกัน แต่เป้าหมายเราไม่ได้อยู่แค่นั้น หลังจากที่เริ่มรู้สึกดีกับการเล่นดนตรีโดยที่ไม่ต้องมานั่งซ้อมแล้วถึงจะเป็นกระบวนการเริ่มการปรับเปลี่ยน ดัดแปลงพฤติกรรม ความคิดของคนไข้ให้คนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันในแบบของเขาเองได้อย่างปกติ

2015-02-23 16.24.49

การแบ่งดนตรีบำบัดตามกิจกรรมการเล่นและฟังนั้นเป็นรูปแบบที่ใช้ทั่วไปในยุโรป ถ้าเป็นอเมริกาเขาจะนิยมแยกเป็น Approach มากกว่าว่าเป็นดนตรีบำบัดกับกลุ่มประชากรประเภทไหน อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบนะ ไม่ได้หมายความว่าของใครดีกว่าของใคร อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ข้างล่างครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Music_therapy

http://de.wikipedia.org/wiki/Musiktherapie

http://www.musictherapy.org/faq/

http://musiktherapie.de/index.php?id=18

Advertisements

3 Comments Add yours

  1. maya says:

    Hi…
    . I am interested about your view on Music Therapy. I finished Music Therapy Foundation Course at Roehampton University in March this year but I will not be able to continue MA in music Therapy as I haven’t played any music instruments . However, my friend ,who is musician ,and I have worked together and our work is based on therapeutic approach using music and sound in Thailand
    I wonder if there is any possibilities if we can explore this topic about Music Therapy from ypur experience or exchange our view for deeper understanding.
    Many thanks
    Tu

  2. เค้าเอง says:

    อ่านบล็อกตัวเองได้เสียงหัวเราะด้วย คิคิ “ทำงานหมารุ่งหามค่ำ” แก้หน่อยค่า.

  3. thaimusictherapy says:

    Hi Khun Tu,

    First of all I’m not used to type in english, so please excuse any mistakes and thanks for your interest in my article. Yes, I’d like to make a discussion about this topic with you and your friend. You can also leave your comment here or send me an e-mail, as you wish But I prefer to discuss in thai, if you don’t mind.

    Chalat (Mo)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s