ป้าใหม่กับเปียโนหลังเก่า

เรื่องนี้เป็นการเขียนเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชั่วโมงดนตรีบำบัดกับคนไข้จริงๆ จุดประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงกระบวนการทำดนตรีบำบัดเชิงจิตบำบัดกับผู้ป่วยประเภทต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นการบอกเล่าเรื่องราวการทำงานของนักดนตรีบำบัดในคลินิกแห่งหนึ่งให้คนทั่วไปได้เข้าใจถึงวิชาชีพนักดนตรีบำบัดได้ดีขึ้น ทั้งนี้ชื่อผู้ป่วยที่ใช้จะเป็นนามสมมุติเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ใดทั้งสิ้น ป้าใหม่มีภาวะอาการโรคซึมเศร้า อายุประมาณช่วง 60 กลางๆ กำลังจะเข้าวัยเกษียณ แกทำงานเป็นพยาบาลอยู่ในบ้านพักคนพิการแห่งหนึ่ง ป้าเล่าให้ฟังว่าการทำงานเป็นพยาบาลต้องแข่งกับเวลา มีความกดดันสูงเพราะต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่นและต้องอยู่กับความเครียด สาเหตุส่วนหนึ่งมากจากบุคคลากรทางด้านพยาบาลในประเทศเยอรมนีขาดแคลนเป็นอย่างมาก ป้าใหม่เล่าต่อไปว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมาตัวป้าแกต้องพบกับความสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิตไปถึง 2 คน คือสามีและเพื่อนสุดที่รักของแก สามีของป้าเสียชีวิตเพระาอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2013 และเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อนสาวขาเมาท์สุดที่รักของแกป่วยเป็นโรคมะเร็งและจากแกไปอย่างกระทันหัน โดยที่แกเองก็พอจะเตรียมใจไว้บ้างแล้วหลังจากที่รู้ว่าเพื่อนแกป่วยเป็นโรคมะเร็ง เพียงแต่การสูญเสียคนสำคัญในชีวิต 2 คนภายในเวลาสองปีดูจะเป็นเรื่องที่มากเกินกว่าที่แกจะทนรับได้ ผนวกกับภาวะความเครียดที่ต้องเผชิญในการทำงาน ทำให้ป้าใหม่มีลักษณะของคนเป็นโรคซึมเศร้าในระดับปานกลาง หมดอาลัยตายอยากในชีวิต ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไม แต่ยังไม่ถึงขนาดคิดอยากฆ่าตัวตาย รู้สึกเศร้าอยากร้องไห้อยู่ตลอดแต่แกก็ต้องเก็บกดเอาไว้เพราะไม่อยากให้คนอื่นเห็น ในชั่วโมงแรกที่ผมเจอป้าใหม่ แกเล่าให้ฟังว่า แกได้รับของขวัญวันเกิดจากเพื่อนสนิทเป็นเปียโนหลังเก่าหลังหนึ่งที่ยังอยู่ในสภาพดี แกดีใจมากที่ได้รับเปียโนเป็นของขวัญเพราะตัวป้าเองมีความฝันตั้งแต่เล็กๆ แล้วว่าอยากจะเล่นเปียโนให้เป็น พอแกได้เปียโนแกก็ขยันไปหาครูมาสอน ซื้อโน้ตซื้อหนังสือมาเพื่อจะเล่นเปียโนให้ได้ อีกใจก็อยากจะเล่นเพลงโปรดของแกให้เพื่อนรักคนนี้ได้ฟัง แต่โชคชะตาก็ไม่ค่อยจะปราณีป้าใหม่นัก หลังจากได้เปียโนมาไม่กี่ปีเพื่อนแกคนนี้ก็มาจากไปด้วยโรคมะเร็ง ตั้งแต่เพื่อนคนนี้เสียไปป้าใหม่ไม่กล้าแตะต้องเปียโนหลังนั้นอีกเลย เพราะพอจะเล่นทีไรก็ก็จะเสียใจร้องไห้มากจนไม่สามารถเล่นต่อไปได้ แกเลยตั้งเปียโนตัวนี้ไว้ในห้องเก็บของให้ฝุ่นจับ นานๆ ทีถึงจะเปิดเข้าไปดูซักครั้งหนึ่งแต่ก็ยังไม่สามารถกลับไปเล่นเปียโนได้อีก ป้าใหม่ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องกลับไปเล่นเปียโนอีกครั้งด้วยจิตใจที่เบิกบานแบบตอนเริ่มต้นให้ได้ ทั้งนี้เพื่อตัวแกเองและเพื่อเป็นของขวัญให้กับเพื่อนรักที่เสียไปด้วย ชั่วโมงต่อมาของการบำบัด ป้าใหม่ยังคงมีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด แกจะอ่อนไหวมากเวลาที่แกเล่าเรื่องเพื่อนของแกกับเปียโนที่ได้เป็นของวัญมา ผมเสนอที่จะเล่นดนตรีให้แกฟังก่อนเพื่อให้แกรู้สึกสงบลงบ้าง เครื่องดนตรีที่ใช้คือ Oceandrum…

การเล่นดนตรีช่วยให้เราเข้าใจตัวเองได้อย่างไร

ตลอดเวลาสามปีที่ทำงานเป็นนักดนตรีบำบัดในคลินิก ผมได้พบเจอผู้คนจากหลากหลายสาขาอาชีพ มีตั้งแต่ระดับผู้บริหารไปจนถึงผู้อพยพ บางคนอัธยาศัยดี คุยกันง่าย บางคนปิดกั้นตัวเองไม่พร้อมที่จะรับอะไรใหม่ๆ บางคนดูๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เครียดกับงานแล้วหาเวลามาพักสมองบ้าง (ที่ไทยน่าจะมีให้ทำแบบนี้ได้บ้าง) บางคนมีปัญหามากซะจนคิดว่าผมช่วยเขาไม่ได้แน่ๆ ผู้คนเหล่านี้มาทำดนตรีบำบัดกับผมมากกว่า 70% เลือกที่จะเข้ากลุ่มฟังเพลง (receptive group) ไม่อยากจะเข้ากลุ่มเล่น (active group) กันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คิดว่าพราะตัวเองไม่เคยเล่นเครื่องดนตรีมาก่อน อยู่ดีๆ จะให้มาเล่นดนตรีโดยที่ไม่รู้อะไรเลยมันก็กระไรอยู่ มีไม่น้อยเหมือนกันที่กลัวว่าตัวเองจะปวดหูปวดหัวแน่ๆ ถ้าให้ไปทำอะไรแบบนั้น แถมอาจจะยิ่งทำให้สุขภาพจิตแย่กว่าเดิม มีหลายคนที่ผมกล่อมให้เขาเข้ากลุ่มเล่นได้สำเร็จและก็ได้รับคำขอบคุณภายหลังว่าเขาได้ประโยชน์จากการเข้ากลุ่มเล่นมากกว่าที่คิดไว้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาสามารถเล่นเพลงพร้อมโชว์คอนเสิร์ตได้หลังจากมารักษาตัวแล้วนะ แต่เป็นเพราะว่าการเล่นดนตรีมันทำให้เขารู้จักตัวเองและสามารถจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น ทำไมเวลาเล่นดนตรีแล้วมันทำให้เรารู้จักตัวเองได้ยังไง? อันนี้ต้องบอกก่อนว่าการแล่นดนตรีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นดนตรีแบบที่เรารู้จักกัน คือไม่ใช่แบบที่ให้เราไปเรียนตามโรงเรียนดนตรี มีครูดนตรีมาคอยบอกว่าต้องเล่นแบบนี้แบบนั้นนะ ให้เรานั่งซ้อมนั่งหัดตามโน้ต นั่งแกะเพลง หรือแบบเล่นกีตาร์ร้องเพลงกลางวงเหล้า ดีดกีตาร์ร้องเพลงหล่อๆ เวลาจีบสาว ไปร้องคาราโอเกะแบบนั้นก็ไม่ใช่เหมือนกัน การเล่นดนตรีในความหมายทางดนตรีบำบัดคือการเล่นที่มาจาก “ความไม่รู้” คือไม่รู้ว่าต้องเล่นยังไง ตีกลองต้องตีมือซ้ายก่อนหรือขวาก่อน จะเล่นเปียโนไอ้ที่เหยียบข้างล่างคืออะไร คีย์สีขาวสีดำมันต่างกันยังไง จะเล่นให้ตรงจังหวะต้องเล่นยังไง คือเรื่องพวกนี้คนที่มาทำดนตรีบำบัดไม่จำเป็นต้องรู้ (แต่แน่นอนว่านักดนตรีบำบัดต้องรู้ทุกอย่างนะ) เพราะการที่ยิ่งรู้มากกลับยิ่งทำให้การทำดนตรีบำบัดยากขึ้นไปอีก ถ้าคนไข้เป็นนักดนตรีอาชีพนี่ถือว่าเป็นเคสที่ยากพอสมควร แล้ว “ความไม่รู้” เนี่ยมันจะกลายมาเป็น “ความรู้” ได้ด้วยหรอ…